กลับมาจากญี่ปุ่นแล้วว ว
ทริปนี้ สุโก้ยจริงๆ
เหนื่อยมาก สนุกมาก ช้อปแหลกมาก 555 ตามไปชมกันเลยค่ะ

DAY I 18 Oct. 2009
Narita - Hakone - ทะเลสาบอาชิ - โอวาคุดานิ - Gotemba Outlet

เริ่มกันด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากเปิดกระเป๋าตังค์ช้อปที่ Duty Free กันตั้งแต่เครื่องบินยังไม่สตาร์ท ก็หมดแรง+ปวดขาไปตามๆกัน มานั่งกันที่ gate รอขึ้นเครื่อง เราเดินทางกันด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 642 ไปญี่ปุ่นนี่ก็ดีอยู่อย่าง พวกนักธุรกิจหนุ่มกับวัยรุ่นมาเที่ยวเมืองไทยอะไรอย่างนี้เต็มเครื่องค่ะ หล่อๆทั้งนั้น  โดยเฉพาะคนที่นั่งหลับคนนั้น... (ฮา)

ผ่านไป 6 ชั่วโมงบนเครื่องบิน หลับสบายมาตื่นเอาตอนแสงแดดแยงตาค่ะ ดูนาฬิกาอ่าว นี่มันตี4 ทำไมแดดแจ๋ (ไทยเวลาช้ากว่าญี่ปุ่น 2 ชม.) จะถึงแล้วค่ะ อีกไม่กี่นาทีเครื่องบินจะลงที่นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ! ตื่นเต้นที่สุดเลยอ่ะ


สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น

ผ่านด่านอะไรต่างๆเรียบร้อย ก็ออกมาเจอกับไกด์ท้องถิ่นที่จะนำกรุ๊ปเราเที่ยวตลอดทริปนี่ค่ะ ไกด์ชื่อคุณเล็กเป็นคนอบอุ่นแล้วก็อัธยาศัยดีมากๆ ทำให้ทริปนี้ของเราแฮปปี้มากๆ ออกจากสนามบินนาริตะรสบัสก็มุ่งหน้าสู่ฮาโกเน่ ระหว่างทางได้แวะจุดพักรถ เป็นจุดที่พิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือเหมือนเป็นลานจอดรถที่คนญี่ปุ่นเค้านำรถเท่ๆ มาอวดกันน่ะค่ะ เหมือนชมรมคนรักรถอะไรแบบนั้น มีแต่รถสวยๆ ทั้งนั้นเลย คนขับก็หล่อลากเลยล่ะค่ะ 55555 ไม่มีสก๊อยนะคะ เหอๆ ไม่อย่างนั้นอาจโดนพี่แกลแกตบเอาได้   เพราะไปยืนมอง(เจ้าของ)รถอยู่นานค่ะ ฮา

ที่จุดนั้นก็จะมีห้องน้ำ มินิมาร์ทเล็กๆ(แต่ของไม่เล็ก) ซื้อขนมญี่ปุ่นเล็กๆน้อย น้ำเปล่า(ขวดละ147เยน) นั่งพักพอหายเมื่อยจากบนเครื่องบิน ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ฮาโกเน่ค่ะ ระหว่างทางก็ผ่านตึกรามบ้านช่องที่สุดแสนจะเป็นระเบียบและสะอาดสะอ้าน เห็นแล้วอายแทนคนญี่ปุ่นที่เค้าไปเที่ยวบ้านเรา

นั่งรถบัสผ่านไปไม่รู้กี่ชั่วโมง (หลับค่ะ 555) เราก็มาถึงฮาโกเน่กันแล้วค่ะ ลมนอกรถแรงมากท่าทางจะเย็นไม่น้อย บรรยากาศที่นี่ก็สวยไปคนละแบบกับในเมือง มีแต่ต้นไม้แล้วก็บ้านเรือนหลังไม่ใหญ่มากนัก

ก่อนที่จะล่องทะเลสาบที่เห็นประตูแดงตั้งอยู่นั้น เราก็แวะทานกลางวันกันที่ร้านมีชื่อของละแวกนั้น เป็นร้านยอดฮิตของทัวร์ไทยค่ะ search เอาในกูเกิ้ลก็จะขึ้นมาเพียบ  เป็นประเภทปลาชุบแป้ง แล้วให้เราทอดเอง ทำน้ำจิ้มเอง ขอบอกว่าอร่อยสมคำล่ำลือค่ะ คิดแล้วก็อยากกินอีกกกก!

 

มื้อแรกที่ญี่ปุ่น ... (ไม่รู้เค้าเรียกว่าอะไร ไม่ได้ฟังเพราะหิวจนหน้ามืดค่ะ 555)

หลังจากอิ่มอร่อยกับปลาทอดแล้ว เราก็ไปล่องทะเลสาบอาชิด้วยเรือไวกิ้งกันค่ะ เรืออลังการงานสร้างทีเดียวกุ๊กกิ๊กสวยงามตามสไตล์ญี่ปุ่น บนเรือมี 3 ชั้น เราได้ตั๋วแบบ VIP ค่ะ ที่นั่งก็จะดีขึ้นมาหน่อยแล้วก็ขึ้นไปชั้นสูงสุดของเรือได้ ขึ้นเรือไปช่วงแรกๆก็นั่งกันงามๆในห้องแอร์สบายๆค่ะ ผ่านไปซักพักก็ต้องขอเดินทัวร์รอบๆเรือหน่อย ก็เลยขึ้นไปกดชัตเตอร์กันบนดาดฟ้าเรือ ขอบอกว่าลมแรงงงงงงมาก แอคท่าต้านลมหนาวกันสุดฤทธิ์ อีกอย่างวันนี้อากาศค่อนดี เลยได้เห็นภูเขาไฟฟูจิจากตรงนี้ด้วย สวยงามมากๆ

ต่อกันด้วยนั่งกระเช้าสู่เขาโอวาคุดานิ ไปกินไข่ดำที่ต้มจากบ่อกำมะถันค่ะ เค้าบอกว่ากินฟองหนึ่งจะอายุยืนขึ้น 7 ปี ล่อไป 3 ค่ะ  ไม่ได้งมงายอะไรหรอกนะ แต่หิวมาก ปลาทอดมื้อกลางวันมันละลายไปหมดแล้วค่ะ (ฮา) แต่กว่าจะขึ้นไปกินได้ก็เหนื่อยเอาเรื่อง ต้องปีนเขากันหน่อย ขาลงก็แวะร้านน้องเหมียวคิตตี้ที่ไม่รู้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่หรืออย่างไร เห็นมีมันทุกหน้าร้านขายของค่ะ แต่ละร้านก็คล้ายๆกันเป็นพวกขนมญี่ปุ่น gift shop เล็กๆน้อยๆ ก็เป็นปกติเวลาอยู่กับแม่ ยัยสองคนนี้ช้อประเบิดระเบ้อตั้งแต่ฟ้าสางยันตะวันตกดินค่ะ 5555

บนกระเช้า (ความสูงไม่อาจคะนานับ) กับคุณย่า

บ่อกำมะถัน กลิ่นอย่าบอกใครเชียว (เหม็นมาก)

ขาช้อป (ช้อปจนขาใหญ่ 555555)

ลงจากโอวาคุดานิ เราก็มุ่งหน้าสู่แหล่งช้อปสุดท้ายของวันแรกค่ะ GOTEMBA OUTLET เป็นเอ้าท์เลทที่ใหญ่มากและคนเยอะมาก แต่เดินไม่ดีอาจจะหลงเอาได้ง่ายๆ เรากับแม่หลงมาแล้วค่ะ หาทางออกไปลานจอดรถบัสไม่เจอ 555 โก๊ะมากมาย เรื่องของเรื่องคือจะเดินหาร้าน คสอ. หาไปหามาไม่ได้จำทางกลับ ก็เดินวนไปวนมาอยู่ในนั้นแหละ แต่ของที่นี่ก็ยังแพงอยู่ค่ะ ส่วนใหญ่เป็นพวกแบรนด์เนมที่หาซื้อได้ทั่วไปที่กรุงเทพฯ เช่น Prada, Gucci, Bally, Coach เป็นต้น ดูๆแล้วบางแบรนด์ที่บ้านเราถูกกว่ามาก แต่พวกเสื้อผ้าแบรนด์ญี่ปุ่นนี่โดนมากเลยค่ะ แบบสวยๆสไตล์แนวๆไม่ซ้ำใคร รองเท้าบูท กระเป๋าถือ เสื้อโค้ทอะไรพวกนี้สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มีหลากหลายอ่ะค่ะ ละลานตาจนเลือกไม่ถูก เรามีเวลาช้อปที่นี่น้อยด้วยเลยไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลย วนอยู่ในร้านเดียวก็เกือบหมดเวลาแล้วสุดท้ายก็เลือกไม่ถูก


วิวยามเย็นหน้า GOTEMBA OUTLET ติด Fuji~san ด้วย

ออกจากเอ้าท์เลทเราก็ตรงกลับโรงแรมค่ะ ชื่อโรงแรม FUJINOBOUKAEN (ฟูจิโนะโบคะเอง) อยู่ใกล้ๆภูเขาไฟฟูจิ ยอดฮิตของทัวร์ไทยเช่นกันค่ะ เพาระสามารถพูดภาษาไทยกับแทบทุกคนที่เดินสวนทางกัน  เป็นโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่บรรยากาศดีมากๆ ห้องนอนก็ญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ ที่นอนเป็นฟูกที่เรียกว่า FUTON (ฟุตง) นอนสบายมั่กๆ มียูกาตะให้ใส่เดินเล่นถ่ายรูปสวยๆกัน มีบ่อน้ำร้อนหรือ ONSEN (อนเซ็น) ให้แช่สบายฟรีๆ

อาหารเย็นมื้อนี้เราก็กินกันที่โรงแรมนี่แหละ บุฟเฟต์แบบไม่อั้นมีเมนูพิเศษเป็นขาปูยักษ์และเนื้อย่าง อาหารอื่นๆก็อร่อยมีทั้งซูชิ ทาโกยากิ อาหารอิตาเลี่ยน จีน เจ เครื่องดื่มเหล้าเบียร์ ของหวาน (พุดดิ้ง กับ โรลชอค ที่อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ย้ำว่า มากกกกกกจริงๆ เดินวนตักไปตักมา จนหมดพอเค้ามาเติมก็ไปตักใหม่อีก 555555) ไอศกรีมญี่ปุ่น บลา บลา บลา ตาลายกินจนพุงกางเรียกว่าต้องอุ้มท้องตัวเองกลับห้องนอนกันเลย

ชุดมันใหญ่มาก รองเท้าก็เล๊ก เล็ก

อิ่มแล้ว นั่งผึ่งพุงก็ถ่ายรูปเล่นกันไป

คุณมายด์ คุณแม่ คุณย่า :) ก่อนนอน

แถมรูปห้องนอนกับห้องน้ำ ชอบมากไอ้โถนี่ นั่งเฉยๆมันเลยค่ะ จะล้างจะสะอาดตรงจุดไหนก็กดปุ่มเอา เรียบร้อยลุกขึ้นมาก็สะอาดเอี่ยมอ่อง  ลองเล่นบ่อยมาก อยากจะยกกลับมาตั้งในห้องน้ำที่บ้านใจจะขาด 55555

ที่โรงแรมนี้นอกจากอนเซ็นแล้ว ยังมี Souvenirเล็กๆ(แต่ของล้นทะลัก) ตู้เกมส์ เก้าอี้นวด ตู้ถ่ายPURIKURA พร้อมค่ะ ก่อนเข้านอนเรากับแม่ก็ลงมาเดินเล่น ช้อปของที่ระลึกอีกไม่น้อย ก่อนจะกลับขึ้นห้องก็เหลือบไปเห็นตู้สีชมพูแปร้ดดด ด้วยความสนใจแม่เราด้วยความเห่อแบบไม่เคยถ่ายอะไรในตู้แบบนี้เลยก็เกิดอาการอยากลองกับเค้าบ้าง เลยเข้าไปถ่ายกัน 2 คน รูปออกมาคิขุอาโนเนะมากค่ะ (เราแต่งซะเละ 5555) ไว้เดี๋ยวจะสแกนมาลงใหม่ หลังจากเดินเล่นอีกซักพักก็ขึ้นนอน แผ่พุงบนฟูกอุ่นๆนุ่มๆ หลับสบายฝันดีกันทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ

จบ

ฉันเสียใจ

 

เสียใจที่ฉันไม่ดีพอ ไม่สวย ไม่น่ารัก
นิสัยไม่ดี ไม่เป็นในแบบที่เธอต้องการ

แค่ความรัก มันคงไม่พอสำหรับเธอใช่ไหม

 

แต่ฉันก็มีแค่นั้น
มีแค่รัก รัก รัก และรัก

 

กี่ปีผ่านไปฉันก็ยังรู้คงรู้สึกแบบนั้น

 

ฉันก็ไม่รู้ ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานสักแค่ไหนเพื่อลืมความเจ็บปวดครั้งนี้้
มองเธอห่างๆอยู่ตรงนี้ รู้ไหมมันเจ็บปวดแค่ไหน

 

แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ
ฉันชินชาเสียแล้ว กับความทรมานแบบนี้เวลาที่อยู่คนเดียว
ไม่มีใคร และน้ำตามันก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

ฉันรักเธอเสมอ
:)